Department Of Probation
กรมคุมประพฤติร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้ถูกคุมประพฤติ ด้วยรูปแบบ "การศึกษาแบบยืดหยุ่น" ที่สามารถเทียบโอนหน่วยกิตจากกิจกรรมแก้ไขฟื้นฟูและการพัฒนาทักษะชีวิต ประเดิมนำร่องพื้นที่ภาคใต้ หวังต่อยอดการเรียนรู้สู่การมีวุฒิการศึกษา พัฒนาทักษะอาชีพ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสังคมอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 กรมคุมประพฤติ ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาแบบยืดหยุ่นรายบุคคลสำหรับผู้ถูกคุมประพฤติในระดับภาค โดยนายเจษฎา พุ่มจันทร์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการคุมประพฤติ พร้อมด้วย ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล หัวหน้าศูนย์นวัตกรรมทางสังคมเพื่อการบริหารและพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และคณะอาจารย์จากศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้ ลงพื้นที่นำร่องสำนักงานคุมประพฤติในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 5 สำนักงาน เพื่อผลักดันโอกาสทางการศึกษาสำหรับผู้ถูกคุมประพฤติอย่างเป็นรูปธรรม
การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนการศึกษาแบบยืดหยุ่นรายบุคคลระดับจังหวัด โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกคุมประพฤติสมัครเข้าศึกษาต่อกับศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้และศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ซึ่งมีผู้สมัครเข้าศึกษาในระดับประถมศึกษาตอนปลาย จำนวน 2 ราย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 23 ราย และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 6 ราย
รูปแบบการศึกษาดังกล่าวเน้นการออกแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตและการทำงานของผู้ถูกคุมประพฤติ รวมถึงสามารถเรียนรู้ควบคู่ไปกับการเข้าร่วมกิจกรรมแก้ไขฟื้นฟูของกรมคุมประพฤติ โดยอาศัยหลักการเทียบโอนผลการเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เป็นหลักสูตรแกนกลาง
ทั้งนี้ ได้มีการออกแบบหน่วยกิตบูรณาการจากกิจกรรมแก้ไขฟื้นฟูของกรมคุมประพฤติให้เป็นหน่วยการเรียนรู้รวม 6 ด้าน จำนวน 59 หน่วยกิต ได้แก่ ด้านการแก้ไขฟื้นฟู 12 หน่วยกิต การอบรมระยะสั้น 11 หน่วยกิต การบริการสังคม 10 หน่วยกิต การส่งเสริมอาชีพ 10 หน่วยกิต การพัฒนาคุณภาพชีวิต 9 หน่วยกิต และด้านศาสนบำบัด 7 หน่วยกิต ซึ่งสามารถนำมาเทียบโอนเป็นผลการเรียนเพื่อใช้ในการสำเร็จการศึกษาได้
.
การนำกิจกรรมแก้ไขฟื้นฟูมาเชื่อมโยงกับระบบการศึกษา นอกจากจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ถูกคุมประพฤติพัฒนาตนเองแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้สามารถสำเร็จการศึกษาโดยใช้ประสบการณ์ชีวิต ความรู้ และทักษะอาชีพเป็นฐานสำคัญในการเรียนรู้ พร้อมต่อยอดสู่การประกอบอาชีพและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจ
การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับกระบวนการคุมประพฤติ จากมาตรการทางกฎหมาย สู่การสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้ผู้ถูกคุมประพฤติสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน



