Department Of Probation
วันนี้ (22 พฤษภาคม 2569) นางยศวันต์ บริบูรณ์ธนา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการค่ายพัฒนาพฤตินิสัยผู้ถูกคุมความประพฤติ ระยะเวลา 15 วัน "ค่ายรู้รัก" (Sense and Love) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดโดยสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 4 ร่วมกับสำนักงานคุมประพฤติในเขตกรุงเทพมหานคร โดยนางระวิวรรณ เพชรหนองชุม ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 4 เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติในเขตกรุงเทพมหานคร พันโท อติยศ ถาวรแก้ว ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 7 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย อาสาสมัครคุมประพฤติ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 7 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2569 มีผู้ถูกคุมความประพฤติเข้าร่วมจำนวน 50 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพฤตินิสัย ปรับเปลี่ยนทัศนคติ เสริมสร้างวินัย ความรับผิดชอบ และทักษะการใช้ชีวิตที่เหมาะสม ตลอดจนสร้างแรงจูงใจในการดำเนินชีวิตเชิงบวก เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถกลับตนเป็นพลเมืองดี ลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวและสังคมได้อย่างปกติสุขทั้งนี้ กิจกรรมภายในค่ายมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ การเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม การพัฒนาวินัย การสร้างจิตสำนึกต่อสังคม รวมถึงการฝึกทักษะชีวิตและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเกิดการตระหนักรู้ในคุณค่าของตนเองและพร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมั่นคง
โอกาสนี้ รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะผู้ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องได้รับการดูแล ฟื้นฟู และเสริมสร้างแรงจูงใจในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ทั้งนี้ การดำเนินโครงการค่ายพัฒนาพฤตินิสัยผู้ถูกคุมความประพฤติ ถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างทักษะชีวิต ทบทวนความคิด และปลูกฝังความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม อันจะนำไปสู่การลดปัญหาการกระทำผิดซ้ำอย่างเป็นรูปธรรม
การดำเนินงานดังกล่าวแสดงถึงถึงความร่วมมือระหว่างกรมคุมประพฤติ หน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และชุมชน ในการร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้แก่ผู้ถูกคุมความประพฤติ ได้รับการแก้ไขฟื้นฟูอย่างเหมาะสม สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการสร้างความปลอดภัย ความสงบสุข และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนและสังคมโดยรวมอย่างยั่งยืน




